CALL CENTER

+66 0(9) 2192 7555

งานวิจัย & นวัตกรรม

  • Stem Cell By Kampon Sriwatanakul, M.D.,Ph.D

  • Stem Cell By Kampon Sriwatanakul, M.D.,Ph.D

  • มหัศจรรย์พลังเซลล์ต้นกาเนิด

    จากประวัติศาสตร์อันยาวนานของมนุษยชาติ เราได้ค้นพบว่าเซลล์บำบัด (Cell Therapy) นั้น มีวิวัฒนาการที่น่าสนใจยิ่งต่อการรักษาโรคของมวลมนุษย์ ย้อนหลังไปเมื่อประมาณ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล มีบันทึกของชาวอียิปต์โบราณกล่าวว่า อวัยวะภายในของสัตว์สามารถนามาใช้เป็นยารักษาโรคให้แก่มวลมนุษย์ได้ และความเชื่อนี้ยังได้รับการอ้างอิงอีกหลายครั้ง โดย อริส โตเติ้ล นักคิดคนสาคัญของโลกในยุคกลาง อีกทั้งยังไปพ้องกับความเชื่อของชาวจีนโบราณเมื่อ 1,000 กว่าปีก่อนอย่างน่าประหลาดยิ่ง นั่นคือความเชื่อที่บ่งบอกว่า รกของเด็กทารกที่เพิ่งคลอดใหม่ๆ เป็นแหล่งอาหารชั้นดีในการฟื้นฟูร่างกายและคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ชีวิตได้

    ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 พาราเซลซัส นายแพทย์ผู้มีชื่อเสียงเคยกล่าวไว้ว่า “หัวใจรักษาหัวใจ ปอดรักษาปอด ม้ามรักษาม้าม หรือหากต้องการรักษาสิ่งใดให้รักษาด้วยสิ่งนั้น”

    นายแพทย์พาราเซลซัลและแพทย์อีกมากเชื่อว่า วิธีการรักษาอาการเจ็บป่วยที่ดีที่สุดคือ การปลูกถ่ายเนื้อเยื่อที่สมบูรณ์ของอวัยวะนั้นๆ เข้าไป เพื่อเสริมสร้างชีวิตใหม่ให้กับเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพลงของอวัยวะชิ้นเดียวกัน

    หากแต่ว่าเมื่อวงการยา เคมีบำบัด และฮอร์โมนสังเคราะห์ได้มีการพัฒนาขึ้น แพทย์ส่วนมากจึงมองข้ามหลักการดังกล่าวไป โดยหันมาใช้ยา สารเคมีหรือฮอร์โมนสังเคราะห์ในการยับยั้ง หรือเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการชราภาพของเซลล์แทน แต่สารเหล่านั้นไม่ได้มีฤทธิ์คงทนถาวร และมักหมดประสิทธิภาพลงเมื่อผ่านกระบวนการย่อยสลายหรือการขับของเสียของร่างกาย

    เซลล์บำบัดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการรักษาโรค

    เซลล์บำบัดได้เงียบหายไปจากวงการแพทย์แผนปัจจุบัน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1931 ดร.พอล นีฮานส์ นายแพทย์ผู้มีชื่อเสียงในด้านการปลูกถ่ายอวัยวะและต่อมไร้ท่อแห่งประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้ค้นพบประโยชน์ของเซลล์บำบัดเข้าโดยบังเอิญ เมื่อเพื่อนร่วมงานของเขาได้ตัดต่อต่อมพาราธัยรอยด์ของผู้ป่วยรายหนึ่งออกโดยไม่ได้ตั้งใจ

    ต่อมพาราธัยรอยด์นั้นมีความสาคัญกับร่างกายมาก หากมีการสูญเสียต่อมพาราธัยรอยด์อาจทาให้คนไข้เสียชีวิตลงได้ในเวลาอันรวดเร็ว โอกาสเดียวที่เธอจะรอดชีวิตคือการปลูกถ่ายอวัยวะทดแทน ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ดร.พอล นีฮานส์ จึงได้ถูกตามตัวมา ระหว่างการเดินทางไปโรงพยาบาล เขาได้ผ่าเอาต่อมพาราธัยรอยด์จากวัวที่ถูกเลี้ยงเพื่อการทดลอง ทางวิทยาศาสตร์ไปด้วย และเมื่อถึงโรงพยาบาลเขาได้พบว่าคนไข้อยู่ในอาการวิกฤติ ไม่มีเวลาเหลือพอให้เขา ทำการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะได้อีกต่อไป เขาจึงได้ลองผ่าต่อมพาราธัยรอยด์ของวัวให้เป็นชิ้นเล็กลง โดย
    หลีกเลี่ยงการทำลายเซลล์แต่ละเซลล์ จากนั้นจึงนำชิ้นส่วนของเซลล์ผสมน้ำเกลือ และใส่ลงในหลอดฉีดยาขนาดใหญ่ แล้วฉีดกลับเข้าร่างกายคนไข้ที่ใกล้ตาย

    หลังจากนั้นไม่นาน อาการของคนไข้ก็พ้นขีดอันตราย และหายดีในที่สุด คนไข้รายนี้ได้มีชีวิตอยู่ ต่อจากนั้นอีก 30 ปี ก่อนจะเสียชีวิตในวัย 90 ปี

    ดร.พอล นีฮานส์ ได้มีโอกาสใช้เซลล์บำบัดในการรักษาคนไข้อีกเป็นจานวนมาก ทั้งเชื้อพระวงศ์ของเจ้านายในยุโรป ประธานาธิบดีหลายประเทศ รวมถึงพระสันตะปาปาที่ 12 แห่งนครวาติกัน และเหล่าดาราฮอลลีวู้ดอีกจานวนไม่น้อย

    แต่ผลงานที่สร้างชื่อที่สุดของ ดร.พอล นีฮานส์ ก็คือ การใช้เซลล์บำบัดรักษาผู้ป่วยที่แคระแกร็น ไปจนถึงเด็กที่ถือกำเนิดมาโดยมีอวัยวะบางส่วนไม่สมประกอบ อันมีสาเหตุมาจากความบกพร่องของพันธุกรรมและเขายังได้ใช้เซลล์บาบัดในการรักษาผู้ป่วยโรคดาวน์ซินโดรมได้สาเร็จด้วย

    ดังนั้น จะถือว่าเซลล์บำบัดคือ การให้เซลล์กำเนิดใหม่ก็ได้ เพราะเซลล์บาบัดจะมีผลในการบูรณาการเซลล์ของร่างกายที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมามีคุณลักษณะเหมือนเซลล์ที่อ่อนเยาว์อีกครั้ง และดำรงคุณสมบัตินี้ไว้ได้ยาวนานกว่าผลของสารเคมี ยา หรือฮอร์โมนสังเคราะห์ใด

    ปัจจุบันเซลล์บำบัดถูกนาไปใช้อย่างกว้างขวางในทวีปยุโรป โดยกล่าวได้ว่าตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา มีผู้เข้ารับรักษาด้วยเซลล์บำบัดแล้วเป็นจำนวนหลายล้านคน