CALL CENTER

+66 0(9) 2192 7555

คำถามที่พบบ่อย

 

สเต็มเซลล์คืออะไร?

สเต็มเซลล์ (Stem cell) หรือเซลล์ต้นกำเนิด คือ เซลล์ที่ยังไม่มีการพัฒนาเป็นเซลล์ชนิดใดที่มีความสามารถในการแบ่งตัวได้และสามารถพัฒนาเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่เฉพาะชนิดต่างๆ ในร่างกายและอาจกลายเป็นเนื้อเยื่อหรืออวัยวะได้ในที่สุดเมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสม

สเต็มเซลล์มีกี่ชนิด สเต็มเซลล์แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ?

1) Embryonic stem cells คือ สเต็มเซลล์ที่สามารถแยกได้จาก Embryo หรือตัวอ่อนในระยะ Blastocyst มีความสามารถในการแบ่งตัวและเปลี่ยนแปลง (Differentiate)ไปเป็นเซลล์อื่นๆได้เกือบทุกชนิด (Pluripotency) แต่การนำสเต็มเซลล์ชนิดนี้มาใช้ในปัจจุบันมีปัญหาอย่างมากทางด้านจริยธรรม และ 2) Adult stem cells คือ สเต็มเซลล์ชนิดโตเต็มวัยที่พบในอวัยวะต่างๆ นับตั้งแต่เมื่อคนหรือสัตว์คลอดออกมาจากครรภ์เป็นสเต็มเซลล์ที่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์อื่นๆ ได้หลายชนิด (Multipotency) ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดและแหล่งที่มาของสเต็มเซลล์ชนิดนั้นๆ ทั้งนี้ สามารถพบสเต็มเซลล์ชนิดนี้ได้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่ ไขกระดูก (Bonemarrow) เลือด (Peripheralblood) เลือดจากสายรก (Cord blood) รก (Placenta) ไขมัน (Adipose tissue) ฟันน้ำนม (Baby teeth) เป็นต้น

ทำไมจึงควรเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่วันนี้?

ในปัจจุบันมีผลการศึกษาวิจัยและมีการใช้สเต็มเซลล์เพื่อการรักษาโรคร้ายแรงที่ยังไม่สามารถรักษาได้ อาทิเช่น โรคเลือดโรคมะเร็งบางชนิด โรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคที่เกี่ยวกับสมองและประสาทไขสันหลัง โรคข้อ และโรคที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ดังนั้น การเก็บสเต็มเซลล์ของเราเพื่อนำมาใช้ในอนาคตจะเป็นการประกันได้ว่าเรามีสเต็มเซลล์ที่ดีและมีคุณภาพไว้ใช้ในยามจำเป็น อีกทั้ง เป็นสเต็มเซลล์ของเราเองซึ่งร่างกายจะไม่ถูกปฏิเสธใดๆ ทำให้ได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเมื่อได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดของเราเองในการรักษาโรคร้ายแรงหรือการซ่อมแซมความเสื่อมของร่างกาย และยังสามารถใช้ได้กับญาติสายตรงได้อีกด้วย

ประโยชน์ของการจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันน้ำนมและฟันคุด?

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีการนำเอาเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย แต่ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในการพัฒนาวิจัยเกี่ยวกับเซลล์ต้นกำเนิดชนิดต่างๆ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่จะนำมาใช้ในการรักษาโรคในอนาคตได้มากมาย ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งทางจริยธรรมใดๆทั้งสิ้น ดังนั้น การจัดให้มีธนาคารจัดเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันย่อมมีประโยชน์ในการสนับสนุนการศึกษาวิจัยและเปิดโอกาสให้คนทั่วไปจัดเก็บฟันที่ถูกถอนหรือร่วงหลุดออกสามารถนำไปใช้เพื่อประโยชน์แก่ตนเองในอนาคต

บุคคลใดบ้างที่ควรเก็บสเต็มเซลล์มากที่สุด?

บุคคลที่อยู่ในครอบครัวของผู้ที่มีประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงภายในครอบครัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็งบางชนิด โรคทางสมองและระบบประสาท และโรคที่สเต็มเซลล์มีโอกาสจะรักษาได้ในอนาคต เป็นต้น   ควรจะเก็บเซลล์ต้นกำเนิดไว้เพื่ออนาคต ในขณะที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงอยู่ ทั้งนี้ การฝากเก็บเซลล์ต้นกำเนิดไว้นั้นสามารถช่วยให้มั่นใจได้ว่า “เราจะมีเซลล์ต้นกำเนิดของเราเองไว้ใช้ในยามที่เรามีความจำเป็น เพื่อใช้รักษาตัวเองในอนาคตได้อย่างทันถ่วงที"

สเต็มเซลล์ได้จัดเก็บอย่างไร?

ไบโอ เอ็มเอสซี ได้จัดเก็บสเต็มเซลล์ที่แยกได้จากฟันน้ำนมหรือฟันคุด และทำการเพาะเลี้ยงให้ได้ปริมาณมากเพียงพอที่จะใช้ไว้ใน Cryotubes 4 หลอด แช่แข็งในถังไนโตรเจนเหลว(Cryopreservation) อุณภูมิต่ำกว่า -150องศาเซลเซียส โดยแบ่งเก็บไว้แยกกันใน 2 ถัง เพื่อความปลอดภัยมากขึ้นถ้า BioEDEN Asia Tooth Cells Bank               ในกรุงเทพฯหยุดกิจการจะทำอย่างไร แม้ว่าเราจะไม่คาดคิดว่า BioEDEN Asia Tooth Cels lBank ในกรุงเทพฯ หยุดกิจการ แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงในอนาคตสเต็มเซลล์ที่ฝากเก็บแช่แข็งทั้งหมดจะนำส่งไปยังบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกา หรือบริษัทที่เป็นเฟรนไชส์ซึ่งเป็นที่ปลอดภัยในการเก็บและมีคุณภาพที่จะนำสเต็มเซลล์มาใช้ได้เหมือนเดิมตามสัญญาทุกประการมีวิธีโปรดศึกษาวิธีการเก็บฟันน้ำนมเพื่อจัดส่งให้ห้องปฏิบัติการได้ที่ www.bioedenasia.com ..

ใครเป็นเจ้าของเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันน้ำนม?

ผู้รับบริการที่เป็นผู้ปกครองซึ่งฝากเก็บเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันน้ำนมและเด็กเจ้าของเซลล์ต้นกำเนิดเมื่อมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์หรือบรรลุนิติภาวะเซลล์ต้นกำเนิดจากฟันน้ำนม

สามารถใช้ประโยชน์กับใครได้บ้าง?

สเต็มเซลล์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคในอนาคตของตนเองเป็นAutologous transplantation และมี โอกาสที่จะใช้ได้กับญาติสายตรงเช่นบิดามารดาปู่ย่าตายายเป็นต้น

อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Allogenic และ Autologous stem cell ?

Allogenic และ Autologous stem cell transplant Allogenic stemcel transplantใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากคนอื่นซึ่งอาจจะเกิดผลข้างเคียงอื่นๆได้หลังจากการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดส่วนAutologous stem cell transplantใช้เซลล์ต้นกำเนิดของตัวเราเองซึ่งจะทำให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากกว่าและไม่เกิดผลข้างเคียงที่เป็น